ไม่ได้เข้ามานานแล้วเหมือนกันนะเนี้ยะ
ย้อนไปก็เกือบปีแล้วหรอ ?? ทิ้งไดไว้ จะปีนึงแล้วหรอ
จะว่าไปก็เหมือนไม่นานนะ
เพราะเรื่องราว ชีวิตที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
ลำบากอยู่เหมือนกัน อยากฟังไหม ?? จะเล่าให้ฟัง
ทันที่ที่ ประกาศผลแอดมิดชั่นปีการศึกษาที่แล้วว่า ติด ครูเคมี มศว
ทุกคนในบ้าน ดีใจมาก โดยเฉพาะพ่อ กับแม่ ก็เป็นเรื่องปกติเนอะ
จริงๆ ๆไม่ได้เสียใจอะไรมากนะ เพราะจริงๆ ก็คือติดอันดับ 2
แต่ใจจริงๆแล้วก็อยากติดอันดับหนึ่ง ครุศาสตร์ จุฬา
แต่ก็มีแต่คนบอก เห้ย ! ครูวิทย์ มศว มันอันดับหนึ่งของประเทศแล้วนะ
การหาหอ ก็เริ่มขึ้นทันทีหลังจากประกาศผลซึ่งอยู่้ในช่วงเดียวกับกิจกรรมการรับน้อง
ด้วยการที่เรียน ประสานมิตร หอในไม่มีเลยต้องหาหออยู่ข้างนอก
ไม่มีฐานความรู้อะไรเลย รู้แค่ว่าให้อาศัย MRT ในการเดินทางจะสะดวก
ก็เลยได้หอที่แยกห้วยขวางตรง MRT เพราะ หอนั้นมีลูกพี่ลูกน้องอยู่
แล้วก็มีแฟนพี่เทคอยู่ด้วย
จนแล้วจนรอด ด้วยค่าความที่หอถูก ใกล้ญาติ+พี่เทค
แต่จุดประสงค์หลักก็คือ อยากอยู่หอที่มีเน็ต
ก็เลยตัดสินใจย้ายหอ จากแยกห้วยขวาง MRT ห้วยขวาง
ย้ายมาอยู่ รัชดา ซ.7 หลังเอสพลานาดรัชดา นี่แหละ
ชีวิต การเป็นนิสิต ก็เหนื่อยดีนะ ด้วยความที่เราเป็นปีหนึ่ง เฟรชชี่
การทำกิจกรรมทุกอย่างต้องผ่านพี่ปีสองมาอีกครั้ง แล้วมาประชุมรวมงานกันเองในปีหนึ่งกันเอง
ด้วยความที่ เรียนครู เพราะฉะนั้น สังคมเพื่อนในเอก
จึงเป็นสังคมของการ มีจิตสำนึก และ การใส่ใจมากเป็นพิเศษ
งานทุกงานทุกคนต้องมีส่วนร่วม
ตั้งแต่งาน กีฬาเฟรชชี่ กีฬาวิทยา กีฬาวิทยา-มนุษย์ กระดานดำสัมพันธ์
ตลอดจนงาน คณะวิทยาศาสตร์สัมพันธ์ 18 สถาบัน
ผมก็ไปเกือบทุกงาน ไม่พลาดสักงาน
ผมว่าการทำกิจกรรมมันสอนอะไรเราหลายๆ อย่างนะ
ได้ทำงานกับคนแปลกหน้า เกิดการเรียนรู้ ในข้อแตกต่างระหว่างคนแต่ละคน
ที่ไม่ได้มีพื้นฐานความคิดมาเหมือนกัน ต้องมาปรับ มาแชร์กันให้พอดี
สนุกดีครับ ลองดูป้ายชื่อซิ เชื่อป่าวว่าไปเกือบทุกงาน
ชีวิตการอยู่กับเพื่อนก็ดีนะ
ตั้งแต่ย้ายหอมาอยู่รัชดา ต่อมา เพื่อนๆ ก็ย้ายตามกันมาอยู่หอตรงกันข้าม
เดินขึ้นลงกันตั้งแต่ กลับจากมหาลัย จนกว่าจะนอน
มันก็สนุกดีนะ เหมือนหอในดี 555 ตรงที่ได้อยู่กับเพื่อนตลอด
แต่ก็ ต่างกันตรงที่ จะทำอะไรก็ได้ เพราะ อาศัยเป็น หออพาร์ตเม้นท์
การปรับตัวก็ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
รู้สึกว่าตัวเองใจเย็นลงมาก ทั้งๆที่ไม่เคยอดทนอะไรได้เลย
ไม่ชอบก็คือพูด เกลียดก็พูดเลย ไม่เก็บไว้
แต่ตอนนี้คือ ใจเย็นมาก จนผิดแปลก แม่ก็ทัก
สารภาพเลยว่า คาบเรียนที่ไม่เคยเข้าคือ วิชาเคมี
ทั้งๆที่เป็นวิชาภาค และสำคัญที่สุดในการสอบเข้าบรรจุข้าราชการครู
และการเข้ารับทุนครูพันธุ์ใหม่ (ครูเคมี มศว ได้ด้วยนะเออ)
ทำให้เกรด ครั้งแรกในชีวิตที่ไม่เคยถึง 3.00 ก็ได้บังเกิดขึ้นในชีวิต ตอนมหาลัย ฮ่าๆๆ
เทอมแรก ก็เครียดอยู่เหมือนกันนะว่า ทำไมเราไม่ตั้งใจๆ
แต่พอเทอมสองก็เหมือนเดิม เข้าแค่สองครั้งก่อนมิดเทอม หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าอีกเลย
ผลการเรียนเลย ออกมาแบบ T______________T
บทเรียนเรื่องนี้สอนได้เยอะเหมือนกันนะ
ว่าการเรียนในมหาลัยอาจดูเหมือนว่า ไม่เข้าก็ได้ อ่านเองได้
ใครๆก็อ่านเองได้ แต่การเข้าห้องเรียนนั่นคือการที่อาจารย์บอกข้อสอบ
ผมท่องทั้งหมด แต่ไม่ได้เน้นท่องบางเรื่องแบบเพื่อนที่ได้เกรดดี เพราะเขาเข้าห้อง
นั่นก็หมายความว่า อาจารย์ได้บอกข้อสอบคร่าวๆไปแล้วในห้อง
นั่นแหละ ! กำไรของคนเข้าห้องเรียน
สรุปแล้วเทอมแรกก็คือ 2.65 เทอมสองก็ 2.89 เกรดรวม 2.76
เอาซิ ..เทอมหน้าจะเข้าเรียนบ้างก็ได้นะเออ !
แต่เทอมนี้ ต้องอำลา แลคเชอร์พวกนี้ไปก่อน ฮ่าๆๆๆ
ขอบใจนะที่อยู่ด้วยกันมาตั้งปีนึง แนะ !








